รายละเอียดบทความ

อุทาหรณ์เตือนใจคุณแม่ เมื่อบ้านกลายเป็นห้องขังลูก จากร้านเสื้อให้นม Mommory
วันนี้ร้านเสื้อให้นม Mommory มีเรื่องเตือนใจคุณแม่ทุกๆท่าน ที่ลูกยังเล็กอยู่ค่ะ เป็นเรื่องของลูกชายแม่ค้าเองที่สุดท้ายจบลงด้วยดี แต่ก็มีข้อคิดที่อยากฝากแบ่งปันให้คุณแม่ๆค่ะ เรื่องมีอยูว่า ...
วันนี้เป็นวันปกติวันหนึ่ง แม่ค้าไปธุระนอกบ้าน และปล่อยให้พี่เลี้ยงดูแลลูกที่บ้าน ลูกอายุได้ 2 ขวบจะครึ่งแล้ว กำลังน่ารักค่ะ พูดได้ฟังได้รู้เรื่องกำลังซนเลย ระหว่างที่คุณพ่อกำลังทำงานอยู่ในออฟฟิศที่ไม่ไกลจากตัวบ้านนัก จู่ๆคุณพ่อก็ได้ยินเสียงคุณยายตะโกนเรียกให้รีบเข้าไปดูลูกที่บ้าน คุณยายตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงตกใจและดังมาก มีเสียงลูกร้องงอแงดังตามมาด้วย คุณพ่อจึงเรียบหยุดงานที่กำลังง่วนอยู่ตรงหน้า รีบวิ่งไปหาลูก
ภาพที่ปรากฏก็คือ คุณยายและพี่เลี้ยง กำลังยืนสะละวนอยู่นอกห้องของลูก หน้าตาตื่นตระหนกมาก สีหน้าดูร้อนรน และบอกมาว่า เร็วๆมาช่วยกันเร็วๆ หลานอยู่ในห้องคนเดียว และตกใจมากด้วย ประตูห้องเกิดล็อคขึ้นมา ตอนนี้เข้าห้องไม่ได้ และก็ได้ยินลูกกรีดร้องแบบตกใจมาก ร้องจะให้คุณพ่อเข้าไปช่วยอุ้มที .... คุณพ่อถามพี่เลี้ยงและได้ความว่า พี่เลี้ยงตั้งใจจะปล่อยลูกไว้แปปเดียว เพื่อจะไปหยิบของด้านนอกห้อง โดยแง้มประตูไว้อย่างที่ทำปกติ จะ รีบไปรีบมา พอกลับมากลับพบกว่าประตูห้องปิดสนิทและล็อคอยู่ เดาว่าน้องคงไปปิดประตูเข้า แต่น้องไม่น่าจะกดล็อคที่ลูกบิดเอง ไม่รู้ว่ากลอนล็อคเมื่อไหร่ ทำให้เปิดประตูเข้าไปไม่ได้ พี่เลี้ยงจึงรีบไปบอกคุณยาย คุณยายก็ตกใจรีบเข้ามาดูแล้วเขย่าประตู และร้องตะโกนเรียกหลาน แล้วตะโกนเรียกคุณพ่อให้รีบมาช่วย ลูกก็เลยยิ่งตกใจ กรีดร้องให้ทุกคนเข้าไปหา
ลูกตกใจถึงขนาดที่คุณพ่อบอกให้ลองบิดลูกบิดเปิดประตูก็ทำไม่ได้ค่ะ (เคยทำได้ตอนไม่ตกใจ แต่ไม่ใช่ประตูบานนี้ เป็นประตูหน้าบ้าน) �นาทีนั้นตกใจมาก คุณพ่อกลัวว่าลูกจะ Panic และทำอะไรไม่ถูกจนหกล้ม หรือไปโดนของมีคม หรือปลั๊กไฟ และเป็นอันตรายเข้า เนื่องจากอยู่ให้ห้องตามลำพังม่านปิดทึบหมด หน้าต่างห้องก็มีเหล็กดัดรอบด้าน เข้าทางหน้าต่างก็ไม่ได้ คนด้านนอกได้ยินแต่เสียงร้องไม่สามารถมองเห็นด้านในได้เลย กุญแจบานประตูเจ้าปัญหาที่ล็อคอยู่นั้น ทุกคนที่อยู่ที่บ้านตอนนั้นไม่สามารถหาได้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะคุณตาเป็นคนเก็บ และไม่เคยเกิดปัญหานี้มาก่อน
ในที่สุดคุณพ่อทนรอหากุญแจกันไม่ไหว ลูกก็กรีดร้องตลอดเวลา เลยตัดสินใจจะกระโจนพังประตูที่อยู่ตรงหน้าค่ะ คุณพ่อบอกให้ลูกเงียบและยืนออกไปห่างๆประตู แต่เหมือนลูกยังตกใจเอาแต่ร้องไห้และไม่ฟังเลย คุณพ่อจึงออกแรงเต็มเหนี่ยวกระแทกประตู แต่ประตูก็ยังไม่เปิด กระแทรกไปสามสี่ครั้ง จนส่วนประตูตรงลูกบิดหัก บานประตูหมุนเปิดเข้าไปในห้อง ลูกบิดประตูกระเด็นออกจากบานไม้ พุ่งเข้าไปด้านในอย่างแรงแต่โชคดีไม่โดนลูก ทันใดนั้นจึงได้เห็นลูกยืนร้องไห้ฟูมฟายอยู่กลางห้อง ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตา น้ำมูกน้ำลายย้อยเลอะเต็มหน้า พอได้เห็นหน้าคุณพ่อ ลูกจึงหยุดร้องทันทีค่ะ
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นและจบลงในเวลาประมาณ 15 - 20 นาที แต่เป็นนาทีที่ปวดใจทุกๆคนที่รออยู่นอกห้องมาก เพราะเต็มไปด้วยความกังวล ที่บ้านได้ข้อสรุปกันว่า กลอนลูกบิดน่าจะล็อคค้างมา ไม่มีใครสังเกต พอประตูมาปิดลงไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตาม ก็เลยเกิดล็อคเข้า �
จากเรื่องที่เกิดขึ้น ทางร้านเสื้อให้นม Mommory มีข้อเตือนใจคุณแม่ๆดังนี้ค่ะ
1. �อย่าปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพัง ในที่ๆซึ่งคิดว่าปลอดภัยที่สุดแล้ว เช่นห้องที่นั่งเล่นอยู่ทุกวัน ยังเป็นอันตรายได้ค่ะ ยิ่งห้องปิดทึบแค่ไหน ยิ่งอันตรายค่ะ
2. หมั่นตรวจตาประตูทุกบานในบ้าน เก็บกุญแจไว้ในที่ที่หยิบได้สะดวกในยามฉุกเฉิน
3. ควรเปิดหน้าต่างไว้ ถ้าเปิดแอร์แล้วต้องปิดหน้าต่าง ควรเปิดม่านไว้ เพราะถ้าเกิดสถานการณ์ลูกติดอยู่ในห้องตามลำพัง อย่างน้อย ก็จะได้มองจากภายนอกเห็นว่าลูกเป็นอย่างไรบ้าง ทำอะไรอยู่ จะได้สื่อสารกันได้บ้างและลดความกลัวของลูก
4. ถ้าลูกพอคุยรู้เรื่อง ให้บอกไปเลยค่ะ ว่าถ้าเกิดสถานการณ์ประตูล็อคเกิดขึ้น ให้ลูกยืนห่างๆประตู เพราะพ่อแม่จะได้กระแทรกพังประตูแล้วไม่ไปโดนลูกด้านใน และให้ลูกรู้จักเปิดหน้าต่างเรียกให้คนมาช่วย ไม่ต้องตกใจ (พอดีเป็นห้องชั้นล่างค่ะ เปิดหน้าต่างแล้วไม่อันตราย)
5. กำชับพี่เลี้ยง ไม่ให้ทิ้งลูกไว้ตามลำพัง เช็คลูกบิดประตูทุกครั้งว่าไม่ล็อคค้างอยู่ และห้ามไม่ให้ลูกเข้าห้องน้ำเองคนเดียวโดยเด็ดขาด
สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่ต้องมีสติค่ะ อย่าทำให้ลูกรู้สึกตกใจ และต้องตัดสินใจให้เร็วค่ะ


ด้วยความห่วงใยจาก ร้านเสื้อให้นม Mommory ค่ะ

CR. ภาพประกอบจาก http://blogs.parenthood.com/
ผู้ลงบทความ : เสื้อให้นม Mommory